ส่วนตัวเรานั้นเพลงหรือดนตรีนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะมีผลต่อความรู้สึกเราในทุกช่วงชีวิต เราเห็นได้จากการที่ผู้ใหญ่ร้องเพลงกล่อมเด็กน้อยโดยถึงแม้ว่าเด็กจะไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากนักแต่ก็ฟังทำนองและเคลิ้มหลับไป เราจึงขอมาในtheme “more than words” เราจึงเชื่อว่าเพลงหรือดนตรีนั้นหากเราตั้งใจฟังจริงๆแต่ละเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาจะมีพลังบางอย่างที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกได้อย่างแตกต่างกันไม่ใช่แค่ในเรื่องของเนื้อเพลงแต่จะรวมไปถึงทำนอง เมโลดี้ต่างๆที่พยายามถ่ายทอดออกมา
รางวัลแรกที่จะมอบให้คือ Fall into place
ไม่นานมานี้เราบังเอิญได้มีโอกาสได้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง“ดิวไปด้วยนะ”มีเพลงประกอบภาพยนตร์คือเพลง ก่อน ถือว่าเป็นเพลงในตำนานอีกเพลงนึงที่หลายๆคนคงเคยได้ยินกันมาก่อน แต่เป็นเวอร์ชั่นนี้เป็นของ พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล(พิช รักแห่งสยาม)ซึ่งถ่ายทอดเพลงออกมาได้อารมณ์ที่หม่นๆแต่รู้สึกอบอุ่นไปในเวลาเดียวกันทำให้หวนนึกไปถึงเรื่องต่างๆที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตช่วงเวลาที่น่าจดจำหรือบางโมเม้นที่เราลืมไปแล้วก็ถูกดึงขึ้นมาอีกครั้งนึง โดยเริ่มแรกนั้นจะใช้เปียโนที่เป็นทำนองหลักบรรเลงไปพร้อมกับเสียงร้องโดยค่อนข้างที่จะช้าๆเนิบๆ และท่อนหลังมีการใช้เครื่องสายบรรเลงประสานเพื่อเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น โดยสร้างไดนามิกให้ทุ้มขึ้นและcolorsเริ่มเปลี่ยนให้รู้สึกหนักขึ้นตามทำนอง ถือเป็นเว่อร์ชั่นที่มีความลงตัวเป็นอย่างมากทั้งเนื้อเสียงและอารมณ์เพลงให้ความรู้สึกแตกต่างกับต้นฉบับในหลายๆเว่อร์ชั่นที่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้เป็นการซึ่งเราคิดว่าหลายๆอย่างที่มาประกอบกันมันค่อนข้างที่จะเข้าที่เข้าทางเป็นอย่างมากและได้ใจเราไปเต็มๆจนได้เพิ่มเข้าไปใน playlist ของเราอย่างไม่รู้ตัว
รางวัลต่อมานั่นก็คือ A cold night
ขอมอบให้กับเพลง Memories จาก Maroon 5 ซึ่งเป็นเพลงที่พึ่งปล่อยไม่นานมานี้ แทบจะเป็นเพลงที่มีทำนองเรียบๆฟังง่ายที่สุดของ Maroon5เลยก็ว่าได้ โดยริ่มเพลงใช้เพียงแค่เปียโนที่ทำหน้าหน้าที่ประกอบจังหวะและมีเสียงประสานเข้ามาเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความรู้สึกมากขึ้น ลากยาวไปถึงท่อน Verse 2 ที่จะมีกลองและกีต้าร์เข้ามาช่วยประสานให้เพลงมีมิติมากขึ้น และหลังจากนั้นก็ใช้ทำนองซ้ำเดิมบรรเลงไปจนจบเพลง ซึ่งสำหรับเรานั้นเป็นเพลงที่เล่าเรื่องไปอย่างเรียบๆ ด้วย colorsที่เบาสบายไม่หวือหวามีเครื่องดนตรีบรรเลงแค่3ชนิดแต่ถือว่ากลมกล่อมลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งในหน้าหนาวที่กำลังจะเข้ามานั้นหากได้ฟังเพลงนี้ก็คงรู้สึกอบอุ่นใจเป็น warmon a cold night เลยก็ว่าได้ ทำให้นึกถึง memoriesที่เคยมีกับใครบางคนเหมือนที่ Adam Levine“ได้บอกไว้ว่าในขณะที่โลกปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ขอให้เรานึกถึงคนที่เรารัก และแบ่งปันความทรงจำที่เราเคยทำหล่นหายไป”
รางวัลสุดท้ายได้แก่รางวัล เพลงชุบชีวิต
รางวัลสุดท้ายนี้เราขอยกให้กับpolycatวงนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ค่อนข้างจะส่วนตัวสักหน่อยเพราะเรารู้สึกถูกชะตากับวงนี้เอาซะมากๆและหากเราพูดชื่อpolycat สิ่งคนอื่นๆนึกถึงคือวงดนตรีที่ใช้เอกลักษณ์ดนตรียุค80sได้ชัดเจนเฉพาะตัวเรียกได้ว่าเป็นลายเส้นที่มีความโดดเด่นในดนตรียุคสมัยนี้ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ polycat เคยออกอัลบัมมาก่อนเมื่อ2554แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักเรียกได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อีก 5 ปีต่อมา polycatก็ได้กลับมาพร้อมความตั้งใจที่จะทำแนวเพลงยุค80sอย่างจริงจังและได้ปล่อยเพลง“พบกันใหม่” เป็นเพลงที่ทำให้คนรู้จักpolycatในวงที่กว้างขึ้น
ความพิเศษของเพลง พบกันใหม่นั้นซึ่งเรียกได้ว่านอกจากจะเป็นเพลงชุบชีวิตให้วง polycat และยังถือว่าเป็นการชุบเสน่ห์ของเพลงยุค80sอีกด้วย เรียกได้ว่าสามารถปลุกกระแส‘ซินธ์ป๊อป’ (synthesizer pop)ให้มีสีสันอีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงการใช้เสียงของ synthesizer ที่ยิ่งตอกย้ำว่าดนตรีเชย ๆ จากสองทศวรรษที่แล้วก็ยังไม่เฉิ่มจนเกินไป ซ้ำยังกลายเป็นความแปลกใหม่ไปแล้วเข้าผสมผสานกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งตัวเมโลดี้นั้นค่อนข้างจะมีความสละสลวยสะดุดหูเราจึงขอยกรางวัลเพลงชุบชีวิตให้กับ พบกันใหม่-polycat
ในโอกาสนี้ก็ขอขอบคุณที่เกิด Music award ขึ้นมาโดยใน concept ของเราคือ more than words การตีความของเรามาจากอยากให้หลายๆคนคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องสื่อสารกันด้วยคำพูดอย่างเดียวแต่เราสามารถส่งความรู้สึกหรือพลังบางอย่างผ่านบทเพลงได้ ซึ่งทำให้เรารู้ว่าเพลงในแต่ละช่วงชีวิตที่เราเคยฟังนั้นมันได้ทิ้งอะไรเล็กๆไว้ในใจของเราเสมอ ทั้งมีการเล่าเรื่องผ่านทำนอง ตัวโน้ต จังหวะที่มาผสมรวมกันจนเกิดออกมาเป็นเพลงเพลงนึงที่น่าจดจำและมีความหมายกับเรา